😍OOP Comparison
เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างในการเขียนโปรแกรมแบบ OOP ด้วยภาษา Java, C++, Python
ความเหมือน
การใช้ OOP: ทั้งสามภาษารองรับการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (OOP) และมีแนวคิดหลักการที่เหมือนกัน เช่น คลาส, วัตถุ, การสืบทอด (Inheritance), การห่อหุ้ม (Encapsulation), การแทนที่เมธอด (Polymorphism)
การสืบทอด: แต่ละภาษามีการสืบทอด (Inheritance) เพื่อใช้คลาสลูกสืบทอดคุณสมบัติจากคลาสแม่
Polymorphism: ทุกภาษาสามารถใช้ polymorphism หรือการแทนที่เมธอด (Method Overriding)
ความแตกต่าง
การจัดการหน่วยความจำ
ใช้ garbage collector ในการจัดการหน่วยความจำโดยอัตโนมัติ
ต้องจัดการเอง (เช่น new/delete)
ใช้ garbage collector ในการจัดการหน่วยความจำโดยอัตโนมัติ
การบังคับใช้ OOP
บังคับใช้ OOP อย่างเคร่งครัด ทุกอย่างต้องอยู่ในคลาส
รองรับการเขียนโปรแกรมแบบ procedural และ OOP พร้อมกัน
ยืดหยุ่นมากกว่า ทุกอย่างเป็นวัตถุ แต่สามารถเขียนโปรแกรมแบบ procedural ได้เช่นกัน
การสืบทอดหลายคลาส และการสร้าง interface
สืบทอดเดี่ยว (Single inheritance) แต่ไม่รองรับการสืบทอดหลายคลาสโดยตรง สามารถใช้ interface แทนได้
รองรับการสืบทอดหลายคลาส (Multiple Inheritance) ได้โดยตรง การสร้าง interface ใช้ abstract และการสืบทอด
องรับการสืบทอดหลายคลาสอย่างเต็มรูปแบบผ่าน super () การสร้าง interface ไม่มี interface โดยตรง ใช้ abstract class
Polymorphism
ใช้ผ่าน Method Overloading/Overriding
ใช้ผ่าน Function Overloading/Overriding
ใช้ผ่าน Method Overloading/Overriding
การเข้าถึงข้อมูล
ใช้ private, protected, public
ใช้ private, protected, public
ใช้ _ และ __ เพื่อบอกว่าเป็นส่วนตัว
สรุป
การใช้งาน OOP ใน Java, C++ และ Python ช่วยให้การพัฒนาโปรแกรมมีโครงสร้างที่ชัดเจน โดย Java ใช้คลาสและวัตถุเป็นหลัก รวมถึงการจัดการหน่วยความจำอัตโนมัติผ่าน Garbage Collection, C++ ให้ความยืดหยุ่นในการจัดการหน่วยความจำด้วยตนเองและรองรับการสืบทอดหลายคลาส, ส่วน Python มีไวยากรณ์ที่เรียบง่ายและรองรับ OOP แบบ dynamic ทำให้การพัฒนาเป็นไปอย่างรวดเร็วและสะดวก
Last updated